. . . . <.> ★ ยินดีต้อนรับเพื่อนๆทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชม Anan Anwar Fanclub...ขอบคุณนะคะที่แวะมาและยังจำกันได้อยู่ ตอนนี้พี่ชายที่น่ารักของเรากำลังมีผลงานเพลงให้เพื่อนๆได้หายคิดถึงกันแล้วนะคะ ติดตามข่าวสารได้ที่เว็บของเราเลยจ้า...

 ::ฟอร์ด เปิดค่ายเพลงใหม่ รวมเพื่อนศิลปินลงอัลบั้ม Yes::

เป็นศิลปินที่ทำงานอยู่ทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง คร่ำหวอดในวงการเพลงมานาน ล่าสุด "ฟอร์ด - สบชัย ไกรยูรเสน" ก็ขอทำตามฝันผันตัวเองมาเป็นเจ้าของค่ายเพลงกันบ้างภายใต้ชื่อสังกัด "แฟตบอยซ์สตาฟ" (Fatboyzstaff) เปิดประเดิมค่ายด้วยอัลบั้มพิเศษ "Yes" ที่รวบรวมเอาศิลปินที่เคยคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี กลับมาร้องเพลงให้แฟนเพลงได้ฟังอีกครั้ง อาทิ "อู๋ - ธรรพ์ณธร ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา" "พิน - กรพินธุ์ พ่วงโพธิ์" มาร้องคู่กับ "คิง - พิเชษฐ์ บัวขำ" "บี๋ - คณาคำ อภิรดี" และ "อนัน อันวา" ที่มาร่วมทำเพลงกับ "เจสัน" กับ "ที" อดีตสมาชิก "ขันที"

นอกจากนี้ยังมี "สรรธร ไกรยูรเสน" "ซ้ง - ธิติ พฤกษ์ชะอุ่ม" ส้ม - อมรา ศิริพงษ์" วง "นิว สคูล" (New School) และวง "อันดามัน อินดี้" ที่ได้ศิลปินแนวเร็กเก้อย่าง "จ๊อบ - บรรจบ พลอินทร์" มาร่วมร้องด้วย รวมถึงศิลปินต่างประเทศอย่าง "แดนดี ซิลซาวน์ส" (Dandee Silksounds) หนุ่มฮิปฮอปจากเยอรมันนี กับ "มีน่า ชิน" (Mina Shin) จากเกาหลี และที่ขาดไม่ได้กับเจ้าของค่ายที่มาร่วมร้องในอัลบั้มนี้กับเขาเหมือนกัน โดยทำการแนะนำตัวให้เป็นที่รู้จักกันไปเมื่อวันที่ 22 กันยายน ที่ผ่านมา

ฟอร์ด ที่มาของค่ายเพลงและอัลบั้มนี้ว่า "เป็นการผลิตงานเพลง ไม่ได้หวังยิ่งใหญ่ไปในตลาดเพลง เราแค่อยากทำงานให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะศิลปินอิสระที่เขามีความสามารถส่วนตัวของเขาอยู่แล้ว ทางแฟตบอยซ์สตาฟก็ยินดีที่จะร่วมงาน แนวเพลงที่ตั้งเอาไว้ก็จะเป็นทุกแนว แม้แต่ลูกทุ่งวันนึงก็จะทำ แต่ว่าต้องรอดูกำลังของตัวเองก่อน ตอนนี้เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นเอง

ส่วนอัลบั้มจริงๆ แล้วมาจากพี่ๆ น้องๆ ในวงการทั้งนั้น ที่ทุกคนเขาอิสระกันอยู่แล้วก็ทุกคนก็ยังอยากที่จะอิสระกันต่อไป เพราะฉะนั้นเราก็เจอเจอกันที่คำว่าตัวของตัวเอง อิสระ ทุกคนยังอยู่ที่เดิมแต่ว่าเราเจอกันด้วยงาน ตรงนี้ก็เป็นอีกจุดนึงที่แฟตบอยซ์สตาฟและตัวผมอยากให้เป็น อยากให้ศิลปินทุกคนยังคงความเป็นตัวของตัวเองให้ครบถ้วนที่สุด ไม่ต้องเปลี่ยนอะไรเลย"

ฟอร์ด พูดถึงการร่วมงานกับ มีน่า ว่า "เราได้ร่วมงานกันข้ามประเทศเป็นครั้งแรก ผมกับผู้จัดการมีน่าที่อยู่เมืองไทยสนิทกัน เขามีเพื่อนเป็นโปรดิวเซอร์ของมีน่าก็เลยได้คุยกัน แล้วเขาชอบวิธีการทำงานแบบแฟตบอยซ์สตาฟ มีน่าเขาเคยออกอัลบั้มมาหลายอัลบั้มแล้วที่เกาหลี มีเพลงขึ้นอันดับอยู่ในจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน เหลือเมืองไทย เขาก็เลยทำเพลงให้เป็นพิเศษเป็นเวอร์ชั่นภาษาไทย"

จากนั้นก็ถึงเวลาของสาว พิน ที่บอกถึงการกลับมาร้องเพลงอีกครั้งว่า "ตอนนั้นพี่ฟอร์ดจะแต่งงาน ก็ได้พูดคุยแสดงความยินดีและได้มาร่วมงานของพี่ฟอร์ด พอเจอกันพี่ฟอร์ดก็บอกว่าเดี๋ยวจะทำอัลบั้มให้มาร่วมแจมสนใจไหม จะกลับมาร้องเพลงไหม ตลอดเวลาที่เป็นแอร์ฯ มา 5 ปีครึ่ง ช่วงที่ไปบินก็คิดถึงวงการเพลง เราก็ยังคิดถึงการร้องเพลง อยากร้องเพลง"

ส่วน คิง บอกว่า "ส่วนตัวผมก็เป็นนักร้องอาชีพอยู่แล้ว แล้วก็เป็นครูสอนร้องเพลงด้วย รู้จักกับพี่ฟอร์ด พี่ฟอร์ดก็เลยชวนมาร่วมงาน การทำงานก็ไม่ยาก คุณพินเขาเป็นมืออาชีพอยู่แล้ว ความยากจะอยู่ตรงที่เนื้อเสียงเพราะว่าเพลงที่เป็นเพลงคู่ เสียงผู้หญิงจะสูง ส่วนผู้ชายก็จะต่ำต้องจูนกันนิดนึง"

ทางด้าน สรรธร น้องชายของ ฟอร์ด เล่าถึงเพลง "Even Angels Fall" ว่า "เคยฟังเพลงนี้มาตั้งนานแล้ว เราชอบกันทั้งคู่ จนพี่ฟอร์ดมีโปรเจกต์นี้ขึ้นมาก็เลยเอาเพลงนี้มาทำ เพลงนี้แต่งโดยเพื่อนของผมที่เป็นชาวแอฟริกาใต้ เขาเป็นโปรดิวเซอร์และนักแต่งเพลงที่นั่น เขาชอบเสียงของผม เขาก็เลยบอกว่าเอาเพลงของฉันไปร้องไหม เพลงนี้เมโลดี้เพราะอยู่แล้ว เราก็ร้องไปตามอารมณ์เพลง"

จากนั้นมาฟังวง นิว สคูล ที่ได้นักร้องนำ "คริส - กฤษดา ทองประเสริฐ" เล่าว่ามาทำอัลบั้มนี้ได้ เพราะบังเอิญเจอกับ ฟอร์ด เลยชวนกันมาทำอัลบั้ม ซึ่ง คริส ก็ไม่ลังเลตอบตกลงทันที "แนวการร้องก็จะเป็นลายเซ็นของพวกเรา เราจะร้องในสไตล์ที่เรียกว่าอาร์แอนด์จี ริธึ่ม แอนด์ แก๊งสเตอร์ มีการแร็ปแบบมีเมโลดี้อยู่ในตัว เพลงนี้เขียนเอง ส่วนดนตรีก็จะเป็นเพื่อนๆ ในวงช่วยๆ กัน ความยากง่ายของเพลงนี้อยู่ที่ตรงเรกคอร์ดดิ้ง เพราะว่าเรายังใหม่กับการเรกคอร์ดดิ้งที่เป็นภาคดนตรีสดหมดทุกชิ้น ก็จะมีพี่ฟอร์ดมาช่วยอะเร้นจ์ ทีมโปรดิวเซอร์ก็จะมาช่วยในเรื่องของเทคนิค แนวคิดต่างๆ "

ส่วน ที อธิบายเพลงของตัวเองว่า "เพลงดอกไม้ริมทาง เพลงนี้ที่คิดขึ้นมาเพราะว่าคำๆ นี้ผมเคยได้ยินมาตั้งนานแล้วว่าผู้หญิงโดนผู้ชายทิ้ง แล้วผู้ชายก็ชอบเห็นผู้หญิงเป็นดอกไม้ริมทาง เราก็เชื่อว่าผู้ชายก็เคยเจออาการแบบนี้เหมือนกันที่โดนผู้หญิงทิ้ง เพลงนี้ก็จะเป็นอาร์แอนด์บีผสมฮิปฮอป"

ขณะที่ เจสัน บอกการมาเป็นส่วนหนึ่งในอัลบั้มนี้ว่า "ผมรู้จักพี่ฟอร์ดทางพี่ที แต่ก็เคยได้ยินชื่อ เคยเห็นผลงานของเขา เคยเจอกับพี่ทีแล้วคุยกันว่าเมื่อไหร่จะได้มาร่วมงานกัน พอพี่ทีชวนมาทำอัลบั้มแล้วพอได้ฟังเพลงก็น่าทำ ก็เลยลองดู" ฟาก อนัน ที่หายหน้าหายตาไปนานก็พูดว่า "หายไปต่างประเทศไปเรียนต่อมาครับ ตอนนี้กลับมาอยู่เมืองไทยแล้ว ก็เลยมีโอกาสได้คุยกับพี่ทีครับ ส่วนพี่ฟอร์ดก็รู้จักกันมานานแล้ว เลยชวนกันมาร่วมงานในอัลบั้มนี้"

ด้าน แดนดี หนุ่มฮิปฮอปจากเยอรมันนี เล่าให้ฟังถึงการมาร่วมงานกับ ฟอร์ด ว่า "รู้จักพี่ฟอร์ดเพราะว่าเคยได้ร่วมงานกันมาก่อนหน้านี้ พี่ฟอร์ดก็รู้จักผมดีเหมือนเป็นพี่น้องกันเลย พี่ฟอร์ดก็เลยบอกว่าให้มาช่วยแจมหน่อย เพลง มาย เวย์ (My Way) ผมเขียนขึ้นเมื่อ 2 ปีที่แล้วแต่ไม่รู้ว่าจะนำเสนอยังไง อยากให้ทุกคนได้รู้ว่าเพลงๆ นี้ดีขนาดไหน พี่ฟอร์ดก็เลยบอกว่ามาทำด้วยกันสิ เดี๋ยวจะโปรโมตให้ก็เลยทำให้ฝันเป็นจริงขึ้นมา"

ฟาก บี๋ พูดถึงที่มาเพลงของตัวเองว่า "เพลง คำภาวนา เป็นเพลงที่คุยกับพี่พยัต ภูวิชัย ที่มีช่วงหนึ่งที่มีสถานการณ์ที่เราสูญเสียคนไปเยอะ ไม่ว่าจะเป็นคนที่เป็นที่รักของใครหลายๆ คน ก็เลยคุยกันว่าถ้าเกิดเราสามารถที่จะทดแทนเพลงๆ นี้ให้กับใครก็แล้วแต่ที่ได้สูญเสียไป อยากให้เพลงนี้แทนความรู้สึกของคนเหล่านั้น แล้วก็อยากจะอุทิศเพลงๆ นี้ให้กับ บิ๊ก (ปาณรวัฐ กิตติกรเจริญ) ตั้งแต่เรื่องที่เกิดกับบิ๊ก นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของคนที่สูญเสีย ทั้งคุณพ่อคุณแม่ สื่อมวลชน และแฟนเพลงก็ต่างเฝ้ารอปาฏิหาริย์ ต่างคนก็ต่างภาวนาอยากให้เขากลับมา"

ส่วน ซ้ง เล่าว่า "ของผมเพลงชื่อเพลงว่า หลายสิ่ง เป็นเพลงที่เขียนเองเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว ได้พี่พยัต เป็นคนแต่งทำนอง ทำดนตรีให้ เรารักในเสียงดนตรี ทำเพลงเก็บไว้เมื่อมาเจอฟอร์ด เขาก็ขอยืมเพลงนี้มาใส่ซาวน์ดนตรีนิดหน่อย เป็นเครื่องดนตรีสันสกฤตทำให้ดูลงตัว เนื้อของเพลงเป็นอารมณ์ของปี 2549 ที่มีปัญหาอะไรนิดหน่อยกันก็เลยเขียนเพลงนี้ขึ้นมา ทุกวันนี้คนเรามีอันนั้นก็อยากได้อันนี้ ก็เลยอยากจะถ่ายทอดว่าขอให้มีสิ่งเดียวได้ไหมที่เราจะก้าวไปด้วยกัน"

ฟอร์ด พูดว่า "ขอย้อนเพลงของพี่บี๋กับพี่ซ้งก่อนว่าเป็นเพลงที่ฟังแล้วรู้สึกขนลุกในเรื่องของความหมาย พอผมฟัง 2 เพลงนี้ก็นึกถึงดนตรีอีกแบบหนึ่งออกก็เลยบอกว่าขอแจมหน่อยนะ ขอเอาเครื่องดนตรีที่เราจินตนาการไว้เอามาใส่ รู้สึกชอบ 2 เพลงนี้มากๆ ภูมิใจมากที่ได้ทำ ส่วนเพลง ชี เซด เยส (She said Yes) เป็นเพลงที่ใช้ในงานแต่งงาน ใช้เป็นของชำร่วยแจก เป็นเพลงที่ผมกับภรรยาร้องด้วยกัน โดยภรรยาใช้เวลาร้องประมาณ 15 นาทีเท่านั้น แต่แก้อีดิตประมาณ 3 ชั่วโมง"

มาทางด้าน อู๋ ที่หายไปจากการร้องเพลงประมาณ 3-4 ปี กล่าวว่าถึงผลงานของตนเองว่า "ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ พี่รามจิตติ หงสกุล ที่มอบเพลงนี้มาให้ร้อง คนที่ชวนมาในอัลบั้มนี้คงไม่พ้นเจ้าพ่อแห่งความรัก เคยคุยกันเมื่อสัก 10 ปีที่แล้วอยากจะออกอัลบั้มด้วยกันเป็นดูเอ็ต แต่ตอนนี้เอาแค่ในอัลบั้มเดียวกันไปก่อน เป็นจุดเริ่มต้น ปกติตั้งแต่เริ่มร้องเพลงมาไม่เคยร้องเพลงรักเลย ไม่ค่อยสมหวังเท่าไร เพลงนี้เป็นเพลงแรกที่ร้องเพลงรัก โอเอซิส (Oasis) เป็นแหล่งน้ำในทะเลทราย พอเจอกับแหล่งน้ำแหล่งน้ำก็ทำให้เรารู้สึกชุ่มชื่นขึ้นมา ฟื้นคืนชีพอีกครั้งหนึ่ง"

มาถึงสาวคนสุดท้าย ส้ม นำเพลงของตัวเองมาร้องให้ได้ฟังกับสดๆ กับเพลง "วันสุดท้าย" ก่อนจะบอกที่มาของการร่วมงานว่า "โดนพี่อู๋หลอกมาให้มาถ่ายเอ็มวีให้ แล้วก็ได้คุยกันว่าเพลงนี้อยู่ในอัลบั้มของใครยังไง พี่อู๋ก็บอกว่าอยู่ในอัลบั้มของพี่ฟอร์ด แล้วก็ชื่นชมการเล่นดนตรีของพี่ฟอร์ดมานานแล้ว ก็เลยได้มีโอกาสมาร่วมงานกัน"

ทิ้งท้ายกับ ฟอร์ด ที่กล่าวฝากอัลบั้มว่า "แต่ละคนจะอยู่บนแนวทางของตัวเองชัดเจน แต่สิ่งนึงที่จะจูนเข้าหาได้ก็คือมาตรฐานอยู่ในจุดที่ฟังกันได้ ก็เลยทำให้ทุกเพลงที่ฟังแล้วไปด้วยกันได้ ก็ขอฝากอัลบั้ม Yes เป็นซิงเกิลใหม่ที่ดีที่สุดของ 12 ศิลปินที่แฟตบอยซ์สตาฟดูแล ก็ขอฝากอัลบั้มนี้ด้วย"

ติดตามอัลบั้ม Yes ผลงานจากค่ายน้องใหม่ภายใต้การดูแลของ ฟอร์ด วันที่ 24 กันยายนนี้ วางแผงทั่วประเทศ

Comment

Comment:

Tweet

ผมอยากร่วมงานกับพี่จังเลยครับพี่ ตอนนี้ผมก็กำลังทำเพลงอยู่แต่ไม่มีค่ายไหนที่สนใจผมเลย ผมชื่อนคร นะครับให้โอกาศผมได้ทำงานที่ผมรักทีนะครับ
acc_nopphon@hotmail.com

#1 By nakron (114.128.26.165) on 2010-08-20 12:42